ชุดคำสั่ง AI คัดแยกและตรวจสอบภาพอัตโนมัติ สำหรับจัดการใบเสร็จ พัสดุ และสต็อกสินค้า
ชุดคำสั่ง AI สำหรับวิเคราะห์และแยกหมวดหมู่ไฟล์ภาพ ช่วยร้านค้าและธุรกิจตรวจสลิปโอนเงิน คัดแยกบิลค่าใช้จ่าย ประเมินสินค้าเคลม และจัดระเบียบภาพถ่ายสินค้าเข้าโฟลเดอร์ปลายทางได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูทีละไฟล์
รวบรวม 10 พรอมต์ทำงานร่วมกับ AI ที่อ่านภาพได้ เพื่อตรวจจับและคัดแยกรูปภาพธุรกิจ เช่น ใบเสร็จ สลิปโอนเงิน กล่องพัสดุ และสภาพสินค้า โดยระบบจะสกัดข้อมูลสำคัญ ประเมินความเสียหาย และแปลงผลลัพธ์เป็นข้อความหรือโครงสร้าง JSON พร้อมส่งต่อให้ระบบอื่นหรือแอดมินนำไปทำงานต่อได้ทันที
การจัดการไฟล์ภาพในธุรกิจมักใช้เวลาและแรงงานคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสลิปยอดเงิน การจัดเก็บใบเสร็จเข้าแฟ้มบัญชี หรือการคัดแยกสภาพสินค้าชำรุด ชุดพรอมต์นี้ออกแบบมาให้ใช้งานกับปัญญาประดิษฐ์ที่รองรับการอ่านภาพ เพื่อเปลี่ยนรูปถ่ายเอกสารและพัสดุให้เป็นข้อมูลตัวหนังสือและจัดกลุ่มหมวดหมู่อัตโนมัติ
วิธีการนำชุดพรอมต์ไปใช้งาน
1. การใช้งานผ่านหน้าต่างแชต
แนบรูปภาพที่ต้องการตรวจลงในช่องแชตของเครื่องมือ AI เช่น ChatGPT, Claude หรือ Gemini จากนั้นคัดลอกข้อความพรอมต์ในข้อที่ตรงกับงาน แทนที่ข้อความในวงเล็บปีกกา เช่น {{ยอดเงินที่ระบบแจ้ง}} ด้วยข้อมูลจริงของธุรกิจ แล้วส่งคำสั่งเพื่อให้โมเดลสรุปผล
2. การใช้งานผ่านระบบอัตโนมัติ (API)
นำข้อความพรอมต์ไปวางในตำแหน่ง System Prompt หรือ User Prompt ในระบบเวิร์กโฟลว์ เช่น Make, Zapier หรือโค้ดโปรแกรม เพื่อสั่งให้ AI ดึงรูปภาพจาก Google Drive หรือแชตของลูกค้า แล้วส่งผลลัพธ์กลับมาบันทึกใน Google Sheets หรือระบบหลังบ้าน
สรุปการทำงานของพรอมต์ทั้ง 10 ข้อ
การตรวจสอบเอกสารทางการเงิน
- ข้อ 1 ตรวจสลิปโอนเงินซ้ำและยอดเงินไม่ตรง: สกัดข้อมูลธุรกรรม ตรวจสอบยอดเงิน และค้นหาจุดผิดปกติบนสลิป
- ข้อ 2 คัดแยกใบเสร็จค่าใช้จ่ายตามหมวดบัญชี: แยกประเภทบิล สกัดยอดสุทธิ ยอดภาษี และระบุโฟลเดอร์จัดเก็บตามหมวดบัญชี
การจัดการงานคลังสินค้าและการขนส่ง
- ข้อ 3 คัดเกรดสินค้าชำรุดเคลมประกันจากรูป: ประเมินความเสียหายของสินค้า แบ่งระดับอาการเพื่ออนุมัติการเคลม
- ข้อ 4 ตรวจสภาพกล่องพัสดุก่อนและหลังส่ง: ตรวจสอบความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ รอยบุบ ฉลากจ่าหน้า และหมายเลขติดตามพัสดุ
- ข้อ 5 แยกหมวดหมู่สินค้าหน้าร้านจากภาพถ่าย: อ่านลักษณะสินค้า ระบุสี ประเภท และสร้างชื่อรายการสินค้าลงสต็อก
- ข้อ 9 ตรวจนับสต็อกสินค้าบนชั้นวางจากรูป: ตรวจนับปริมาณสินค้าบนชั้นและชี้เป้าตำแหน่งที่สินค้าขาดสต็อก
การตรวจเอกสารและงานปฏิบัติการ
- ข้อ 6 ตรวจความชัดของภาพบัตรและเอกสาร: ประเมินความคมชัด แสงสะท้อน และความสมบูรณ์ของเอกสารแสดงตนก่อนส่งต่อ
- ข้อ 7 คัดกรองรูปรายงานหน้างานก่อสร้าง: จัดหมวดหมู่งานติดตั้งตามประเภท พร้อมตรวจการสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล
- ข้อ 8 คัดแยกและตั้งชื่อไฟล์ภาพสินค้า: กำหนดชื่อไฟล์ภาพตามมาตรฐาน SKU และแยกประเภทภาพถ่ายสตูดิโอกับภาพการใช้งานจริง
- ข้อ 10 คัดแยกภาพรีวิวลูกค้าตามคุณภาพรูป: คัดเลือกรูปภาพรีวิวที่สวยงามสำหรับนำไปใช้ประชาสัมพันธ์ และแยกรูปที่มีปัญหาให้ฝ่ายบริการลูกค้าดูแล
ชุด 10 Prompts
ข้อ 1 · ตรวจสลิปโอนเงินซ้ำและยอดเงินไม่ตรง
วิเคราะห์รูปภาพสลิปโอนเงินที่แนบมานี้ โดยมีข้อมูลอ้างอิงของระบบดังนี้: - ยอดเงินที่ต้องชำระ: {{ยอดเงินที่ระบบแจ้ง}} - ชื่อบัญชีผู้รับเงิน: {{ชื่อบัญชีร้านค้า}} - ธนาคารผู้รับเงิน: {{ธนาคารร้านค้า}} - รหัสคำสั่งซื้อ: {{เลขออเดอร์}} งานที่ต้องทำ: 1. อ่านข้อมูลจากสลิป: ธนาคารต้นทาง, ธนาคารปลายทาง, ชื่อบัญชีผู้รับ, วันที่และเวลาโอน, ยอดเงิน, รหัสอ้างอิงธุรกรรม 2. เปรียบเทียบข้อมูลในสลิปกับข้อมูลอ้างอิงที่ระบุไว้ 3. ตรวจสอบร่องรอยผิดปกติของภาพ เช่น ฟอนต์ตัวเลขมีขนาดหรือความคมชัดต่างจากตัวหนังสืออื่น หรือมีรอยตัดแปะตัวเลข ส่งผลลัพธ์กลับมาในรูปแบบ JSON ดังนี้: { "status": "PASS / MANUAL_CHECK / REJECT", "transaction_id": "รหัสธุรกรรม", "transfer_amount": 0.00, "transfer_datetime": "YYYY-MM-DD HH:mm", "receiver_matched": true/false, "amount_matched": true/false, "suspicious_flags": ["ระบุสิ่งที่พบ ถ้าไม่มีให้เว้นว่าง"], "recommended_action": "อนุมัติออเดอร์ / ส่งให้แอดมินตรวจซ้ำ / ไม่อนุมัติ" }ข้อ 2 · คัดแยกใบเสร็จค่าใช้จ่ายตามหมวดบัญชี
วิเคราะห์รูปถ่ายใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่แนบมานี้ เพื่อจัดหมวดหมู่เบิกจ่ายและลงบัญชี หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายที่กำหนด: {{รายการหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่าอาหารรับรอง, ค่าอุปกรณ์สำนักงาน, ค่าบริการโฆษณา}} งานที่ต้องทำ: 1. ดึงข้อมูล: ชื่อร้านค้าหรือผู้ออกเอกสาร, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, วันที่ตามเอกสาร, ยอดรวมสุทธิ, ยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. จัดประเภทเอกสาร: ใบกำกับภาษีเต็มรูป, ใบกำกับภาษีอย่างย่อ, ใบเสร็จรับเงิน หรือบิลเงินสด 3. เลือกหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายที่ตรงที่สุดจากรายการที่กำหนดไว้ รูปแบบคำตอบ: - ร้านค้า: [ชื่อร้าน] - เลขที่เอกสาร: [เลขที่ใบเสร็จ] - วันที่: [วว/ดด/ปปปป] - ยอดเงินรวม: [จำนวนเงิน] บาท - ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): [จำนวนเงินภาษี หรือ ระบุว่าไม่มี] - ประเภทเอกสาร: [ประเภท] - หมวดหมู่ที่จัดสรร: [เลือกจากหมวดหมู่ที่กำหนด] - โฟลเดอร์ปลายทาง: {{ชื่อโฟลเดอร์หลัก}}/[หมวดหมู่]/[ปี-เดือน] - สถานะเอกสาร: [สมบูรณ์ / ภาพเลือนรางอ่านยาก / เอกสารฉีกขาด]ข้อ 3 · คัดเกรดสินค้าชำรุดเคลมประกันจากรูป
ตรวจสอบรูปถ่ายสภาพสินค้าชำรุดที่ลูกค้าส่งมาขอเคลม โดยสินค้าคือ: {{ชื่อรุ่นสินค้าและประเภท}} เกณฑ์การประเมินความเสียหาย: - Minor: รอยขีดข่วนเล็กน้อย บรรจุภัณฑ์ยับ ใช้งานได้ปกติ (เสนอส่วนลดชดเชย) - Moderate: ชิ้นส่วนภายนอกแตกหัก มีผลต่อความสวยงามแต่โครงสร้างหลักยังทำงานได้ (ส่งอะไหล่เปลี่ยน) - Severe: สินค้าแตกหักทั้งชิ้น โครงสร้างพัง หรือใช้งานไม่ได้โดยสิ้นเชิง (เปลี่ยนตัวใหม่ทันที) งานที่ต้องทำ: 1. ระบุตำแหน่งที่เกิดความเสียหายบนตัวสินค้า 2. วิเคราะห์ลักษณะความเสียหาย เช่น รอยแตก รอยร้าว ชิ้นส่วนหลุด รอยไหม้ หรือคราบน้ำ 3. ตัดสินระดับความเสียหายตามเกณฑ์ 4. ประเมินว่าร่องรอยเกิดจากการใช้งานปกติ อุบัติเหตุ หรือความบกพร่องจากการผลิตหรือการขนส่ง สรุปผลการตรวจ: - จุดชำรุดที่พบ: - ระดับความเสียหาย: [Minor / Moderate / Severe] - ข้อสันนิษฐานสาเหตุ: - คำแนะนำสำหรับฝ่ายเคลม: [เสนอส่วนลด / ส่งอะไหล่ / เปลี่ยนสินค้าใหม่ / ปฏิเสธการเคลม] - หมายเหตุเพิ่มเติม:ข้อ 4 · ตรวจสภาพกล่องพัสดุก่อนและหลังส่ง
ตรวจสอบรูปถ่ายกล่องพัสดุเพื่อประเมินความพร้อมก่อนจัดส่งหรือตรวจสอบสภาพเมื่อพัสดุถึงปลายทาง จุดประสงค์การตรวจ: {{เลือก: ตรวจก่อนส่งมอบให้ขนส่ง / ตรวจรับพัสดุตีกลับ}} รหัสติดตามพัสดุที่ต้องตรงกัน: {{Tracking Number}} งานที่ต้องทำ: 1. อ่านรหัสบนฉลากหน้ากล่อง (Barcode หรือ Tracking Number) ว่าตรงกับข้อมูลอ้างอิงหรือไม่ 2. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของกล่อง: รอยบุบ การยุบตัว รอยฉีกขาด หรือคราบเปียกชื้น 3. ตรวจสอบการปิดผนึก: เทปกาวปิดสนิทหรือไม่ มีร่องรอยการกรีดเปิดซ้ำหรือเทปกาวหลุดร่อนหรือไม่ รูปแบบผลลัพธ์: - เลข Tracking ที่อ่านได้จากภาพ: - ความตรงกันของเลข Tracking: [ตรง / ไม่ตรง / มองไม่เห็นฉลาก] - สภาพกล่องภายนอก: [ปกติ / ยุบเล็กน้อย / บุบเสียหายหนัก / เปียกชื้น] - สภาพการซีลเทปกาว: [สมบูรณ์ / มีรอยเปิด / เทปหลุด] - ผลการประเมิน: [PASS - พร้อมส่งหรือรับเข้าสต็อก / HOLD - ต้องถ่ายรูปทำเรื่องเคลมขนส่ง] - ข้อความแจ้งเตือนสำหรับระบบ: [คำอธิบายสั้นๆ สำหรับบันทึกในบันทึกจัดส่ง]ข้อ 5 · แยกหมวดหมู่สินค้าหน้าร้านจากภาพถ่าย
ดูภาพถ่ายสินค้าที่ส่งเข้ามา แล้วจำแนกหมวดหมู่เพื่อนำข้อมูลไปสร้างรายการสินค้าในระบบสต็อก โครงสร้างหมวดหมู่ของร้าน: {{โครงสร้างหมวดหมู่ เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น > เสื้อยืด, เสื้อผ้าแฟชั่น > กางเกงยีนส์, เครื่องประดับ > ต่างหู}} งานที่ต้องทำ: 1. ระบุประเภทของสินค้าหลักในภาพ 2. ดึงลักษณะเฉพาะ: สีหลัก ลวดลาย วัสดุที่มองเห็น (เช่น ผ้าคอตตอน โลหะ หนัง) 3. จัดเข้าหมวดหมู่ย่อยตามโครงสร้างที่ระบุไว้ 4. ตั้งชื่อสินค้าเบื้องต้นสำหรับใช้ค้นหาในระบบ รูปแบบผลลัพธ์: - หมวดหมู่หลัก: - หมวดหมู่ย่อย: - ชื่อสินค้าแนะนำ: [ประเภท] [สี] [ลักษณะเด่น] - คุณลักษณะเด่น: สี: ลวดลาย: วัสดุ: - คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: [คำค้นหา 3-5 คำ] - รหัสแท็กแนะนำ: {{คำนำหน้าแท็ก}}-[หมวด]-[สี]ข้อ 6 · ตรวจความชัดของภาพบัตรและเอกสาร
ตรวจสอบคุณภาพของรูปถ่ายเอกสารยืนยันตัวตนหรือเอกสารสัญญาที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา ประเภทเอกสารที่คาดหวัง: {{เช่น บัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง, ใบขับขี่, หน้าสมุดบัญชี}} เกณฑ์การประเมิน: 1. ความคมชัด: ตัวหนังสืออ่านออกได้ครบถ้วนหรือไม่ มีความเบลอจากการสั่นของกล้องหรือไม่ 2. แสงสะท้อนและเงา: มีแสงสะท้อนหรือเงาดำบังข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ เลขบัตร หรือใบหน้า หรือไม่ 3. มุมมองและขอบเขต: เอกสารเห็นครบทั้ง 4 มุมหรือไม่ มีส่วนใดหลุดออกนอกกรอบภาพหรือไม่ 4. ความถูกต้องของประเภท: รูปที่ส่งมาเป็นประเภทเอกสารที่กำหนดไว้จริงหรือไม่ ส่งผลการตรวจสอบ: - ประเภทเอกสารที่ตรวจพบ: - ผลการตรวจ: [ACCEPT / REJECT] - รายการจุดบกพร่องที่พบ: [ระบุ เช่น แสงสะท้อนบังเลขบัตร / ขอบขวาขาด / ภาพเบลอ หรือระบุว่า ไม่มี] - ข้อความตอบกลับผู้ใช้กรณีปฏิเสธ: [ข้อความสุภาพ อธิบายว่ารูปมีปัญหาตรงไหนและต้องถ่ายใหม่อย่างไร]ข้อ 7 · คัดกรองรูปรายงานหน้างานก่อสร้าง
วิเคราะห์รูปถ่ายรายงานความคืบหน้าหน้างานก่อสร้างหรือติดตั้งระบบ ชื่องวดงานหรือพื้นที่งาน: {{ระบุพื้นที่ เช่น ชั้น 2 โซนสำนักงาน, งานระบบไฟฟ้า}} งานที่ต้องทำ: 1. จำแนกประเภทของงานที่ปรากฏในรูป (เช่น งานโครงสร้างคอนกรีต, งานเดินท่อระบบ, งานฝ้าเพดาน, งานปูกระเบื้อง, งานทาสี) 2. ประเมินสถานะความคืบหน้าของสิ่งที่เห็น (เช่น เพิ่งเริ่มตั้งแบบ, กำลังติดตั้ง, เก็บงานเรียบร้อย) 3. ตรวจสอบความปลอดภัยเบื้องต้น: บุคคลในภาพสวมใส่อุปกรณ์ PPE (หมวกนิรภัย เสื้อกั๊กสะท้อนแสง รองเท้าเซฟตี้) ถูกต้องหรือไม่ 4. ตรวจจับจุดเสี่ยงหรือสิ่งกีดขวางในพื้นที่ทำงาน รูปแบบการรายงาน: - หมวดงานหลัก: - กิจกรรมที่กำลังดำเนินการ: - สถานะงานในรูป: [กำลังติดตั้ง / งานเสร็จสมบูรณ์ / พื้นที่รอดำเนินการ] - การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย (PPE): [ผ่าน / พบผู้ไม่สวมอุปกรณ์ / ไม่มีคนในภาพ] - รายละเอียดความปลอดภัยที่พบ: - ชื่อไฟล์รูปภาพที่ควรบันทึก: [วันที่]_[พื้นที่]_[หมวดงาน].jpgข้อ 8 · คัดแยกและตั้งชื่อไฟล์ภาพสินค้า
คัดแยกประเภทรูปภาพสินค้าและตั้งชื่อไฟล์ตามระบบมาตรฐานสำหรับนำไปอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ขายของ รหัสสินค้าหลัก (SKU Prefix): {{รหัส SKU เช่น NIK-SH-001}} สีของสินค้า: {{สี เช่น BLACK, WHITE}} เกณฑ์การแยกประเภทมุมมองภาพ: - FRONT: ภาพมุมตรงด้านหน้า - BACK: ภาพมุมหลัง - SIDE: ภาพมุมข้าง - DETAIL: ภาพซูมใกล้โชว์วัสดุ รอยเย็บ หรือโลโก้ - LIFESTYLE: ภาพที่มีนายแบบหรือนางแบบ หรือจัดฉากถ่ายนอกสถานที่ - PACKAGING: ภาพกล่อง อุปกรณ์เสริม หรือป้ายราคา งานที่ต้องทำ: 1. วิเคราะห์ว่ารูปที่แนบมาเป็นมุมมองใดตามเกณฑ์ 2. ตรวจสอบพื้นหลังภาพ (พื้นหลังสีขาวล้วนตัดต่อแล้ว หรือภาพถ่ายมีฉากหลัง) 3. สร้างชื่อไฟล์มาตรฐานตามรูปแบบ: [SKU]_[COLOR]_[VIEW].[EXT] ผลลัพธ์: - มุมมองของภาพ: - ชนิดพื้นหลัง: [พื้นขาวสตูดิโอ / พื้นหลังจริง / โปร่งใส] - คุณภาพความพร้อมใช้งานบนเว็บ: [พร้อมใช้ / ต้องลบพื้นหลังเพิ่ม / ต้องปรับความสว่าง] - ชื่อไฟล์ใหม่ที่แนะนำ: - โฟลเดอร์จัดเก็บที่แนะนำ: /Products/{{รหัส SKU}}/[มุมมอง]/ข้อ 9 · ตรวจนับสต็อกสินค้าบนชั้นวางจากรูป
ตรวจสอบรูปถ่ายชั้นวางสินค้าในคลังหรือหน้าร้าน เพื่อสำรวจปริมาณสต็อกและจัดระเบียบสินค้า สินค้าเป้าหมายที่ต้องการตรวจ: {{ชื่อสินค้า หรือลักษณะบรรจุภัณฑ์}} จำนวนแถวหรือตำแหน่งชั้น: {{ระบุชั้น เช่น ชั้นที่ 2 นับจากบนสุด}} งานที่ต้องทำ: 1. ค้นหาและนับจำนวนหน่วยของสินค้าเป้าหมายที่มองเห็นบนชั้นวาง 2. ตรวจสอบช่องว่างบนชั้นวางที่ไม่มีสินค้าวางอยู่ 3. ตรวจสอบว่ามีสินค้าประเภทอื่นวางปะปนผิดตำแหน่งในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ 4. ประเมินความเรียบร้อยของการจัดเรียงสินค้า (หน้ากล่องหันออกด้านหน้าหรือไม่ แถวตรงหรือไม่) ผลการสำรวจ: - สินค้าเป้าหมาย: - จำนวนที่นับได้: [ระบุจำนวนตัวเลข] ชิ้น - สถานะสต็อกบนชั้น: [สินค้าเต็มชั้น / ปานกลาง / ใกล้หมด / สินค้าหมด] - ตำแหน่งที่มีช่องว่าง: - พบสินค้าผิดตำแหน่งหรือไม่: [พบ / ไม่พบ] (หากพบ ระบุว่าคืออะไรและอยู่ตรงไหน) - การจัดเรียง: [เรียบร้อยดี / ป้ายสินค้าไม่ตรง / ต้องจัดแถวใหม่]ข้อ 10 · คัดแยกภาพรีวิวลูกค้าตามคุณภาพรูป
คัดกรองรูปถ่ายรีวิวสินค้าที่ลูกค้าส่งมาจากระบบรีวิวหน้าร้านออนไลน์ เพื่อส่งต่อไปยังทีมการตลาดหรือทีมบริการลูกค้า ประเภทสินค้า: {{ชื่อสินค้า เช่น ครีมบำรุงผิว, โต๊ะทำงานปรับระดับ}} เกณฑ์การจัดกลุ่ม: - Grade A (Marketing Ready): รูปสวย แสงดี เห็นสินค้าชัดเจน เหมาะนำไปตัดต่อทำคอนเทนต์หรือยิงโฆษณา - Grade B (Normal Review): รูปลูกค้าใช้งานจริง แสงปานกลาง สินค้าเห็นชัด เก็บไว้แสดงผลในหน้ารีวิวทั่วไป - Grade C (Low Quality): รูปมืด เบลอ ถ่ายไม่เห็นตัวสินค้า หรือมุมมองไม่ชัดเจน - Grade D (Issue / Complaint): รูปถ่ายที่แสดงสินค้าชำรุด ใช้งานไม่ได้ หรือมีข้อบกพร่องที่ต้องให้แอดมินดูแล งานที่ต้องทำ: 1. ประเมินคุณภาพแสง ความคมชัด และองค์ประกอบภาพ 2. ตัดสินใจจัดเกรดรูปภาพตามเกณฑ์ 3. หากเป็น Grade D ให้ระบุปัญหาที่ลูกค้าพยายามถ่ายให้เห็น สรุปผลการคัดกรอง: - ระดับเกรด: [Grade A / Grade B / Grade C / Grade D] - เหตุผลในการจัดเกรด: - แผนกที่ควรส่งต่อ: [Marketing / เว็บไซต์ทั่วไป / ฝ่ายบริการลูกค้า] - คำบรรยายประกอบภาพสั้นๆ: - ดำเนินการต่อ: [นำไปแต่งภาพเพิ่ม / บันทึกขึ้นหน้าร้าน / แจ้งแอดมินทักแชตลูกค้าทันที]
คัดลอกแล้วนำไปวางใช้ได้ทันที
วิธีใช้ของฟรี
คำถามที่พบบ่อย
ชุดพรอมต์นี้ใช้งานกับเครื่องมือ AI ตัวไหนได้บ้าง?
ใช้ได้กับ AI ที่รองรับระบบอ่านรูปภาพ เช่น ChatGPT (GPT-4o), Claude 3.5 Sonnet, Gemini Pro รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน API เข้าสู่ระบบหลังบ้าน
ถ้าต้องการตรวจรูปภาพจำนวนมากพร้อมกันทีละหลายร้อยรูป ต้องทำอย่างไร?
นำโครงสร้างพรอมต์เหล่านี้ไปเชื่อมต่อผ่าน API ของโมเดล AI ร่วมกับระบบอัตโนมัติ เช่น Make, Zapier หรือเขียนสคริปต์ เพื่อประมวลผลไฟล์ภาพในโฟลเดอร์แบบชุดข้อมูล
AI อ่านข้อมูลบนสลิปหรือใบเสร็จภาษาไทยที่ถ่ายเอียงหรือภาพเบลอได้ไหม?
โมเดลสามารถอ่านภาพถ่ายที่เอียงได้ในระดับสายตามนุษย์ แต่หากภาพเบลอมากหรือตัวหนังสือขาดหาย พรอมต์จะมีคำสั่งให้แจ้งสถานะกลับมาเพื่อให้คนตรวจสอบซ้ำ
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้พรอมต์เหล่านี้หรือไม่?
ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับตัวพรอมต์ แต่การนำไปใช้งานขึ้นอยู่กับค่าบริการของแพลตฟอร์ม AI ที่คุณเลือกใช้ ทั้งแบบสมาชิกรายเดือนหรือการคิดเงินตามปริมาณการเรียกใช้งาน API



