ดรอปชิป shopee ปี 2569 เริ่มขายไม่ต้องสต็อกของ

6 มี.ค. 2563· อัปเดตล่าสุด 29 ก.ย. 2569· อ.นัน
สรุปสั้น

ดรอปชิป Shopee คือการเปิดร้านบน Shopee โดยไม่ต้องสต็อกของเอง ซัพพลายเออร์เป็นคนแพ็กและส่งของให้ ปี 2569 (2026) ยังทำได้แต่ต้องเข้าใจกติกาใหม่ ทั้งค่าธรรมเนียมที่ปรับขึ้นและกฎส่งของภายในวันเดียวกันสำหรับออเดอร์ก่อนเที่ยง บทความนี้สอนทีละขั้นตอนตั้งแต่เลือกสินค้า เปิดร้าน ตั้งราคา ไปจนถึงใช้ AI ช่วยเขียนของและตอบแชท

สร้างรายได้แบบไม่มโนด้วยดรอปชิปผ่าน Shopee

ดรอปชิป Shopee คือการเปิดร้านขายของบน Shopee โดยไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ เราก็ส่งคำสั่งซื้อนั้นต่อให้ซัพพลายเออร์เป็นคนแพ็กและจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง ในปี 2569 (2026) วิธีนี้ยังทำได้และยังเหมาะกับมือใหม่ทุนน้อย แต่ต้องเข้าใจกติกาใหม่ของ Shopee ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมและกฎการจัดส่งที่เข้มขึ้นกว่าเดิมมาก บทความนี้ อ.นัน จะพาเริ่มตั้งแต่เลือกสินค้า เปิดร้าน ตั้งราคา ไปจนถึงใช้ AI ช่วยเขียนชื่อสินค้า ตอบแชท และวางแผนขาย แบบทีละขั้นตอนทำตามได้เลย

ดรอปชิป Shopee คืออะไร ยังน่าทำอยู่ไหมในปี 2569

พูดง่าย ๆ ดรอปชิปคือการเป็น "หน้าร้าน" โดยไม่ต้องมี "หลังร้าน" เรามีหน้าที่หาสินค้าที่น่าขาย ลงขายใน Shopee ตอบลูกค้า และรับออเดอร์ ส่วนงานสต็อก แพ็กของ และส่งของ เป็นหน้าที่ของซัพพลายเออร์ที่เราเลือกไว้ ถ้าใครยังไม่คุ้นกับโมเดลนี้ ลองอ่านพื้นฐานก่อนได้ที่ดรอปชิปคืออะไร

ข้อดีของวิธีนี้ยังเหมือนเดิม คือเริ่มได้ด้วยทุนน้อย ไม่ต้องเช่าที่เก็บของ ไม่ต้องแพ็กของเอง ทำคู่กับงานประจำได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในปี 2569 คือต้นทุนแฝงสูงขึ้นและกติกาเข้มขึ้น ค่าธรรมเนียมของ Shopee ปรับขึ้นในหลายหมวด กฎการจัดส่งเร็วขึ้นจนซัพพลายเออร์ที่ส่งของช้ากลายเป็นความเสี่ยงของร้านเราโดยตรง และสินค้าหลายหมวดมีคู่แข่งเยอะมาก

แปลว่ายังน่าทำอยู่ แต่ต้องทำแบบเข้าใจตัวเลขและเลือกซัพพลายเออร์เป็น ไม่ใช่แค่ก็อปรูปมาลงขายแล้วรอเงินเข้า ใครที่เคยได้ยินความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับดรอปชิป ลองเช็กก่อนได้ที่10 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับดรอปชิป จะได้ไม่เริ่มด้วยความคาดหวังผิด ๆ

กติกา Shopee ที่ต้องรู้ก่อนเริ่มขาย

ก่อนลงสินค้าตัวแรก ต้องเข้าใจกติกาสามเรื่องนี้ก่อน เพราะทุกข้อมีผลต่อกำไรและคะแนนร้านโดยตรง

ค่าธรรมเนียมมีอะไรบ้าง

Shopee เก็บค่าธรรมเนียมจากยอดขายทุกออเดอร์ หลัก ๆ มีสามก้อน คือค่าธรรมเนียมการขาย (คอมมิชชัน ซึ่งอัตราต่างกันตามหมวดสินค้า) ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงินอัตรา 3% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม 1 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อทุกออเดอร์ที่สำเร็จ โดยโครงสร้างค่าธรรมเนียมชุดปัจจุบันมีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 และมีการปรับขึ้น 1% ถึง 2% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในบางหมวดสินค้า (สำหรับร้านทั่วไป) มีรายงานข่าวว่าหลังปรับรอบนี้ อัตราค่าธรรมเนียมการขายสูงสุดของร้าน Mall อยู่ที่ราว 19.26% และร้านทั่วไป (Non-Mall) ราว 16.05% (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงิน

ค่าธรรมเนียม สิ่งที่ต้องรู้
ค่าธรรมเนียมการขาย (คอมมิชชัน) อัตราต่างกันตามหมวดสินค้า มีการปรับขึ้นในบางหมวดตั้งแต่ 4 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงิน 3% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม 1 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อทุกออเดอร์ที่สำเร็จ
อัตราสูงสุดตามข่าว ค่าธรรมเนียมการขาย Mall ราว 19.26% / Non-Mall ราว 16.05% (รวม VAT) ยังไม่รวมค่าธุรกรรม

บทเรียนสำคัญคือต้องบวกค่าธรรมเนียมเข้าไปในต้นทุนทุกครั้งก่อนตั้งราคา อย่าตั้งราคาจากต้นทุนสินค้าอย่างเดียว รายละเอียดอัตราล่าสุดแยกตามหมวด เช็กได้ที่นโยบายค่าธรรมเนียมของ Shopee

กฎการจัดส่ง สั่งก่อนเที่ยงต้องส่งวันเดียวกัน

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 Shopee กำหนดให้คำสั่งซื้อที่ชำระเงินสำเร็จก่อนเวลา 12.00 น. ร้านค้าต้องส่งของให้ขนส่งภายในวันเดียวกัน ถ้าส่งช้าจะมีผลต่อคะแนนความประพฤติของร้าน อาจถูกตัดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไปจนถึงถูกระงับการใช้งานได้ ส่วนออเดอร์ที่ส่งแบบ Standard Delivery Bulky (สินค้าขนาดใหญ่) ไม่อยู่ในกฎส่งวันเดียวกัน ยังมีระยะเวลาเตรียมสินค้าและจัดส่ง 1 วันเหมือนเดิม

ข้อนี้สำคัญที่สุดสำหรับคนทำดรอปชิป เพราะถึงซัพพลายเออร์จะเป็นคนส่งของช้า แต่คนโดนลงโทษคือร้านของเรา วิธีรับมือมีสองทาง คือเลือกซัพพลายเออร์ในไทยที่ส่งของไวและมีสต็อกจริง กับสินค้าที่ต้องรอของหลายวันให้ใช้โหมดสินค้าสั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) ซึ่งตั้งเวลาเตรียมพัสดุได้ 7 ถึง 30 วัน (ข้อมูล ณ ก.ย. 2568 เช็กอีกครั้งใน Seller Centre) และคุมสัดส่วนสินค้าพรีออเดอร์ของร้านให้อยู่ในเกณฑ์ที่ Shopee กำหนด วิธีตั้งค่าดูได้ที่ศูนย์เรียนรู้ผู้ขาย Shopee หัวข้อสินค้าพรีออเดอร์

ไม่ว่าใครเป็นคนส่งของ ร้านเราคือคนรับผิดชอบ

กติกาของ Shopee วัดผลที่ร้านค้าเสมอ ไม่ได้วัดที่ซัพพลายเออร์ ลูกค้าให้คะแนนร้านเรา รีวิวลงที่ร้านเรา คะแนนความประพฤติก็หักที่ร้านเรา ดังนั้นงานตอบแชท การแจ้งสถานะจัดส่ง และการดูแลหลังการขาย ยังเป็นหน้าที่ของเราทุกกรณี ซัพพลายเออร์ดูแลแค่การแพ็กและส่งของเท่านั้น

5 ขั้นตอนเริ่มดรอปชิปบน Shopee

ขั้นที่ 1 เลือกสินค้าและซัพพลายเออร์ในไทยก่อน

มือใหม่ควรเริ่มจากสินค้าของซัพพลายเออร์ในไทย เพราะสื่อสารง่าย ส่งไว มีปัญหาตามของได้ และไม่ต้องลุ้นเรื่องเวลาจัดส่งนาน ๆ หลักเลือกสินค้าคือราคาขายอยู่ในช่วงที่ลูกค้าตัดสินใจง่าย น้ำหนักเบา ส่งไม่ยาก ของไม่แตกหักง่าย และเราพอมีความรู้เกี่ยวกับสินค้านั้นอยู่บ้าง วิธีหาของขายแบบเป็นระบบอ่านเพิ่มได้ที่ขายอะไรดี เลือกสินค้าใน 5 ขั้นตอน

ก่อนปักหลักกับเจ้าไหน ให้สั่งสินค้ามาลองใช้เองก่อน 1 ชิ้น ดูคุณภาพของ วัสดุ กล่องพัสดุ และความเร็วในการจัดส่ง ถ้าซัพพลายเออร์ส่งของให้เราช้า เขาก็จะส่งของให้ลูกค้าเราช้าเหมือนกัน

อยากให้ AI ช่วยคัดสินค้า ให้ก็อปพรอมต์นี้ไปใช้ได้เลย

ช่วยเปรียบเทียบสินค้า 3 หมวดนี้สำหรับขายแบบดรอปชิปบน Shopee ในไทย: [ใส่ชื่อหมวดสินค้า]
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน: ราคาขาย 100 ถึง 500 บาท น้ำหนักเบา ส่งง่าย ไม่แตกหักง่าย
ตอบเป็นตารางเปรียบเทียบ พร้อมแนะนำว่าหมวดไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุดและเพราะอะไร

ขั้นที่ 2 เปิดร้านและลงสินค้าให้ลูกค้าเชื่อใจ

สมัครเปิดร้านด้วยเบอร์มือถือ ตั้งชื่อร้านให้อ่านง่ายจำง่าย แล้วลงสินค้าชุดแรกสัก 10 ถึง 20 รายการ หน้าสินค้าที่ดีต้องมีครบสามอย่าง คือรูปชัดหลายมุม คำอธิบายครบ และระยะเวลาจัดส่งที่ตรงความจริง รูปของซัพพลายเออร์เอามาใช้ได้ก็ต่อเมื่อเขาให้สิทธิ์ใช้ อย่าลืมขออนุญาตก่อน แล้วค่อยเอามาปรับให้เป็นสไตล์ร้านเราเอง เช่น ปรับแสง ครอปภาพ หรือเพิ่มภาพที่เขียนจุดขายทับลงไป อย่าใช้รูปทั้งดุ้นเหมือนร้านอื่นทุกพิกเซล

ชื่อสินค้าควรใส่คำที่ลูกค้าใช้ค้นหาจริง เช่น ชื่อสินค้า สรรพคุณ และกลุ่มผู้ใช้ ใครคิดไม่ออกให้ AI ช่วยร่างก่อนแล้วค่อยมาปรับสำนวนเอง

ช่วยเขียนชื่อสินค้า Shopee และรายละเอียดสินค้าให้หน่อย
สินค้า: [ชื่อสินค้าและคุณสมบัติหลัก]
กลุ่มลูกค้า: [เช่น ผู้หญิงวัย 30 ปีขึ้นไป]
เงื่อนไข: ชื่อสินค้าใส่คำที่ลูกค้าไทยใช้ค้นหา รายละเอียดต้องมีขนาด วัสดุ วิธีใช้
และระยะเวลาจัดส่ง ใช้ภาษาเป็นกันเอง อ่านแล้วอยากซื้อ

ขั้นที่ 3 ตั้งราคาให้เหลือกำไรหลังหักค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมคิดจากราคาขายเต็มรวมกำไรด้วย ไม่ได้คิดแค่จากต้นทุน สูตรที่ถูกคือเอาต้นทุนทั้งหมดบวกกำไรที่ต้องการ แล้วหารด้วยหนึ่งลบอัตราค่าธรรมเนียมรวม นั่นคือราคาขายเท่ากับ (ต้นทุนทั้งหมดบวกกำไรที่ต้องการ) หารด้วย (1 ลบอัตราค่าธรรมเนียมรวม) ตัวอย่างวิธีคิด (ตัวเลขสมมติเพื่อเห็นภาพ ไม่ใช่อัตราจริง) ถ้าต้นทุนสินค้ารวมค่าส่งที่ร้านรับผิดชอบคือ 100 บาท ประเมินค่าธรรมเนียมรวมไว้ 15% และอยากได้กำไรชิ้นละ 50 บาท ราคาขายคือ 150 หารด้วย 0.85 ได้ประมาณ 176.5 บาท ปัดเป็น 179 บาทให้ลงท้ายเลขสวย ขายได้ชิ้นหนึ่งจะเหลือกำไรราว 52 บาท (179 คูณ 0.85 ได้ 152.15 ลบต้นทุน 100)

อย่าลืมเผื่อต้นทุนแฝงด้วย ทั้งค่าซอง ค่ากล่องที่บางเจ้าคิดเพิ่ม ค่าโฆษณา และค่าเคลมสินค้ามีปัญหา ร้านที่ขายดีแต่ขาดทุนมักพลาดตรงที่ลืมบวกพวกนี้ตั้งแต่แรก

ขั้นที่ 4 เปิดการขาย ทำโปรโมชัน และตอบแชทไว

ช่วงแรกให้สร้างโค้ดส่วนลดของร้านเอง เช่น ซื้อครบตามยอดแล้วลดทันที เพราะลูกค้า Shopee ตัดสินใจจากส่วนลดเยอะมาก เข้าร่วมแคมเปญประจำเดือนของแพลตฟอร์มเท่าที่เงื่อนไขไหว และที่สำคัญที่สุดคือตอบแชทให้ไว ลูกค้าหลายคนที่ถามแล้วไม่ได้คำตอบภายในไม่กี่นาทีก็ไปซื้อร้านอื่น ใครตอบแชทคนเดียวไม่ทัน ลองดูวิธีใช้AI ช่วยตอบแชทลูกค้าอัตโนมัติ จะได้ไม่พลาดออเดอร์ตอนดึกหรือตอนติดงาน

ขั้นที่ 5 วัดผลทุกสัปดาห์ แล้วปรับเฉพาะจุด

ครบหนึ่งสัปดาห์ให้เปิดดูข้อมูลหลังบ้านว่าสินค้าตัวไหนคนเข้าดูเยอะแต่ไม่ซื้อ ตัวไหนซื้อแล้วให้คะแนนน้อย ปัญหาแต่ละแบบแก้ไม่เหมือนกัน คนดูเยอะแต่ไม่ซื้อแปลว่ารูป ราคา หรือรีวิวมีปัญหา คนเข้าดูน้อยแปลว่าชื่อสินค้าหรือคีย์เวิร์ดยังไม่ตรงกับที่ลูกค้าค้นหา ของมีปัญหาหลังขายแปลว่าต้องเปลี่ยนซัพพลายเออร์

เอารีวิวของคู่แข่งมาให้ AI ช่วยสรุปก็ได้ จะได้รู้ว่าลูกค้าบ่นเรื่องอะไรแล้วเอามาปรับร้านเรา

ช่วยสรุปรีวิวสินค้านี้ให้หน่อย: [ก็อปรีวิว 1 ดาวและ 2 ดาวของคู่แข่งมาวาง]
แยกเป็น 3 กลุ่ม: สิ่งที่ลูกค้าบ่นบ่อยที่สุด สิ่งที่ลูกค้าชม และช่องว่างที่ร้านใหม่
อย่างเราจะทำได้ดีกว่า ตอบเป็นข้อ ๆ สั้น ๆ

มือใหม่พลาดบ่อย 5 ข้อ เลี่ยงได้ถ้ารู้ก่อน

หนึ่ง ลืมบวกค่าธรรมเนียมแล้วตั้งราคาถูกเกินไป ขายดีแต่ยิ่งขายยิ่งขาดทุน สอง ใช้รูปและคำบรรยายของซัพพลายเออร์แบบไม่ปรับอะไรเลย ร้านเลยเหมือนร้านอื่นทุกอย่าง ลูกค้าไม่มีเหตุผลต้องซื้อร้านเรา สาม ตั้งเวลาจัดส่งสั้นเกินจริงเพื่อให้ดูน่าสั่ง สุดท้ายส่งไม่ทันโดนหักคะแนน สี่ ไม่ตอบแชทหรือตอบช้า ลูกค้าหนีไปหมด ห้า ลงสินค้าตัวเดียวแล้วนั่งรอ ให้ลงหลายตัวเพื่อทดสอบตลาด แล้วค่อยทุ่มกับตัวที่ขายได้จริง

เริ่มวันนี้เลย ไม่ต้องรอพร้อม

ดรอปชิป Shopee ในปี 2569 ไม่ใช่ทางลัดรวยเร็ว แต่เป็นสนามฝึกขายของออนไลน์ที่ใช้ทุนน้อยที่สุดสนามหนึ่ง เริ่มจากเลือกซัพพลายเออร์ไทยที่ไว้ใจได้หนึ่งเจ้า ลงสินค้าชุดแรกให้ดี ตั้งราคาให้เหลือกำไรหลังหักค่าธรรมเนียม แล้วใช้ AI เป็นผู้ช่วยเขียนของ ตอบคำถาม และวิเคราะห์ตลาด ที่เหลือคือความสม่ำเสมอ อัปเดตสินค้า ดูแลลูกค้า และปรับตามข้อมูลจริงทุกสัปดาห์ ทำแบบนี้ไปสามเดือน ร้านจะมีหน้าตาเป็นของตัวเองและเริ่มเห็นว่าทางไหนไปต่อได้จริง

คำถามที่พบบ่อย

ดรอปชิป Shopee ปี 2569 ยังน่าทำอยู่ไหม

ยังทำได้ แต่ต้องทำแบบเข้าใจตัวเลข เพราะค่าธรรมเนียมปรับขึ้นในหลายหมวด และกฎการจัดส่งเข้มขึ้นมาก ร้านที่ใช้ซัพพลายเออร์ส่งของช้าจะเสียคะแนนร้านโดยตรง

ขายของบน Shopee โดนหักค่าธรรมเนียมเท่าไหร่

มีสามก้อนหลัก คือค่าธรรมเนียมการขายที่อัตราแตกต่างกันตามหมวดสินค้า ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงิน 3% ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม 1 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มต่อทุกออเดอร์ที่สำเร็จ โครงสร้างชุดปัจจุบันมีผลตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2569 มีรายงานข่าวว่าอัตราค่าธรรมเนียมการขายสูงสุดของร้าน Mall อยู่ที่ราว 19.26% และร้านทั่วไปราว 16.05% รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมธุรกรรม ควรเช็กอัตราล่าสุดแยกตามหมวดที่หน้านโยบายค่าธรรมเนียมของ Shopee ก่อนตั้งราคาทุกครั้ง

กฎส่งของ Shopee ตอนนี้เป็นยังไง ส่งช้าโดนอะไร

คำสั่งซื้อที่ชำระเงินสำเร็จก่อน 12.00 น. ต้องส่งของให้ขนส่งภายในวันเดียวกัน มีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 ยกเว้นออเดอร์แบบ Standard Delivery Bulky ถ้าส่งช้าจะโดนหักคะแนนความประพฤติและอาจถูกตัดสิทธิประโยชน์หรือระงับการใช้งาน ส่วนสินค้าพรีออเดอร์ตั้งเวลาเตรียมพัสดุได้ 7 ถึง 30 วัน

เลือกซัพพลายเออร์ดรอปชิปยังไงไม่ให้โดนเท

ควรเริ่มจากซัพพลายเออร์ในไทยที่ส่งของไว มีสต็อกจริง และสื่อสารง่าย สั่งสินค้ามาลองใช้เองก่อน 1 ชิ้นเพื่อดูคุณภาพของและความเร็วในการจัดส่ง ถ้าเขาส่งของให้เราช้า เขาก็จะส่งให้ลูกค้าเราช้าเหมือนกัน

AI ช่วยทำดรอปชิป Shopee ตรงไหนได้บ้าง

ใช้ช่วยเขียนชื่อสินค้าและรายละเอียดสินค้า ร่างคำตอบแชทลูกค้า และสรุปรีวิวของคู่แข่งเพื่อหาจุดปรับปรุง บทความนี้มีตัวอย่างพรอมต์พร้อมก็อปไปใช้ในแต่ละขั้นตอน

แหล่งอ้างอิง

มินิคอร์ส

อ่านจบแล้ว ต่อด้วยคอร์สนี้ได้เลย

คอร์สทั้งหมด

ของฟรีล่าสุด

ดูของฟรีทั้งหมด